อินเตอร์เน็ต 1 ปี หรือจะเท่า 5 วัน 4 คืน

Tags:


ผมเริ่มออกจากชีวิตคนเมืองเมื่อ 1 ปี กับ 6 เดือน ที่แล้ว เริ่มมาใช้ชีวิตแบบคนเกษตรพอเพียง ด้วยความรู้ที่ตนเอง เพราะคนบ้าคนหนึ่ง ที่ชื่อ วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรืออาจารย์ยักษ์ ที่ทุกคนรู้จัก มีปลูกผักแบบไม่ขุดดิน ไม่ใช้ปุ๋ยใดใด แม้แต่ขี้วัว ผลผลิตก็ออกมาน่าพอใจ แต่เนื่องด้วยที่ดินที่อาศัยที่เช่าเค้ามาลองชีวิต มันเป็นป่าเก่า ต้นไม้ใหญ่มากมายและสูงใหญ่ เอาแบบชนิดที่เรียกว่า จะกินมะม่วง ไม่ต้องสอยกันเลย รอให้ต้นมะม่วงเมตตาแล้วร่วงลงมาให้กินแทน

ชีวิตแบบคนพอเพียงของผมเริ่มขี้เกียจขึ้นเรื่อย เริ่มจากขี้เกียจขุด ก็โรยเมล็ดแล้วเอาฟางคลุมรดน้ำเลย ปุ๋ยน้ำก็เอาผลไม้ที่มีอยู่ในสวนมาหมัก อัตราส่วน 3:1:10 ขี้เกียจดูมัน 6 เดือนจนกลายเป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้นไปได้

ความรู้หลาย ๆ อย่างผมก็เกี่ยวกับมาจากอินเตอร์เน็ตนี่แหล่ะ ไม่ได้ตะล่อน ๆ ไปไหนเลย คิดแค่ว่าจะไปทำไมว่ะ มันก็เหมือน ๆ กัน อินเตอร์เน็ตก็หาได้

จนวันหนึ่ง มีคนมาจ้างผมไปถ่ายภาพใต้น้ำและบนบก ในงาน ต้นน้ำสู่มหานที ผมได้มีโอกาสไปถ่ายทำและดูงานไปเรื่อยของ การจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ โดยมีพี่พงศา ชูแนม เป็น หัวหน้า แกติดสติ๊กเกอร์หลังรถไว้ว่า "การเดินทางทำให้คนหายโง่" ผมเองคิดอยู่ในใจว่า ก็มั่วแต่เดินทาง แล้วเมื่อไหร่จะได้กลับมาทำสักที โดยผมมีตัวอย่างจากคนรู้จักกัน

และแล้ววันที่เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง เมื่อผมมีโอกาสได้นั่งสนธนากับอาจารย์ยักษ์ แล้วผมถามท่านว่า ผมอยากได้หมู มีศูนย์ไหนขายหมูในราคาถูก ๆ บ้าง ท่านก็ตอบว่า คุณไปอบรมกับผู้ใหญ่สมศักดิ์เลย อบรมเสร็จเค้าแจกหมู ไม่ต้องซื้อ จากนั้นผมก็ลองติดต่อผู้ใหญ่สมศักดิ์ จนได้ความว่า มาเลย มาอบรมเสร็จก็เอาหมูไป เดี๋ยวแถมค่ารถให้ด้วย

เออ เอาโว้ย มาเจอคนบ้าคนที่สองแล้ววุ้ย เอา ลองกะเค้าหน่อย มันจะมีอะไรมากกว่านี้ไหม นั่นคือสิ่งที่ใจกำลังคิด มันก็คงไม่ต่างกันมั่ง ไป 5 วันได้หมูกลับมาก็โอเค ผมปลอบใจตัวเอง เพราะด้วยความที่ตนเองชอบ ถึงจะเป็นคนลุย ๆ แต่ก็ชอบสบาย และไม่ค่อยชอบอยู่กับคนหมู่มาก ก็ทำให้ผมลังเลได้อยู่เหมือนกัน

ผมตัดสินใจไปครั้งอบรมครั้ง มีเหตุผลแค่ 3 ประการเท่านั้น คือ 1.เพราะอาจารย์ยักษ์บอกให้ไป 2.ผมโทรไปคุยกับผู้ใหญ่สมศักดิ์และรับปากว่าจะไป 3.ผมจะไปเอาหมู

4 วัน 5 คืน กับการเดินทางเพียงคนเดียว ไปหาเพื่อนเอาข้างหน้าของผม กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว

วันแรก นั่งอยู่ในห้องประชุม ที่ดูสมถะ ไม่สวยเริ่ดอะไรเหมือนกับเวลาไปสัมนาที่อื่น ๆ มีตาลุงตัวเล็กดำ ๆ ที่ชื่อ อ.ยุทธ มาพูดอะไรก็ไม่รู้อยู่นานสองนาน แล้วก็แบ่งสีแบ่งกลุ่ม แล้วก็พูดต่อ โอพระเจ้าเจี๊ยก เมื่อจะได้ออกจากที่นี้ล่ะว้า หลังจากนั้นราว 3 ชม.จึงได้ออกจากห้องประชุมไปวอล์กแรลลี่ต่อ เกมส์แต่ละเกมส์ที่วิทยากรที่นี่สรรสร้างและคิดหามาให้เล่นนั้นมันส์อย่าบอกใคร จากนั้นจากข้าวแล้วกลับมาห้องประชุมต่อ ก็มีกระทาชายสวมแว่นที่ชื่อ อ.พัฒ มาพูด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆต่อ จากนั้นไล่ไปนอน เอาเข้าไป วันนี้ไม่ได้อะไรเลยนะเนี่ย แล้ววันต่อ ๆไปจะได้อะไรไหมเนี่ย นั้นคือความคิดผม

วันที่สอง วันที่เป็นจุดเปลี่ยนแห่งความคิดและปัญญาได้อุบัติขึ้น หลังจากกินข้าวเช้า แล้วมาฟังตาลุงตัวเล็ก ๆ ก็แบ่งกันไปดูตามฐานต่าง ๆ ที่มีอยู่ในศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึงแห่งนี้  วันนี้เราไปเรียนรู้เรื่องการเผาถ่าน ผมได้อยู่ที่ฐานเผาถ่านที่ชื่อว่าตานี ฐานนี้มีตาลุงดูแกร่ง ๆ หัวขาว เป็นผู้ดูแล ชายผู้นี้ชื่อ อ.ดุ่ย มาเป็นวิทยากรสอนเรื่องการเผาถ่าน ผมเองเคยเผาถ่านโดยใช้ถัง 200 ลิตรมาแล้ว 2-3 ครั้ง ผลที่ได้คือ ขี้เถ้าซะเกือบครึ่งเตา ความรู้จากการเผาถ่านเอามาจากไหนหรือครับ ก็เอามาจากอินเตอร์เน็ตไงครับ แล้วนั่นก็เป็นผลงานที่ได้จากอินเตอร์เน็ต ทั้งการตั้งเตารวมถึงการเผา ครูดุ่ยบอกผมว่า ท่านมีวิธีทำให้ได้ถ่านมากที่สุด มีขี้เถ้าไม่เกิน 1 กระป๋องนม ว้าว อันนี้สิที่น่าสนใจ อารมณ์ผมตอนนี้ เชื่อไหมครับ ผมไม่อยากไปฐานอื่น ๆ เลย เพราะผมคิดว่าผมรู้อยู่แล้ว อินเตอร์เน็ตก็บอกหมดแล้ว ผมอยากทำถ่านนี่แหล่ะ

หลังจากอาหารเที่ยง พวกเราก็ไปที่ฐานไบโอดีเซลกันต่อ สิ่งที่ผมได้จาก ฐานไบโอดีเซล ไม่ใช่การทำไบโอดีเซล เพราะข้อมูลการทำผมมีอยู่แล้วจากอินเตอร์เน็ต แต่ที่ผมได้มากกว่า ก็คือการทำไตเตรท มันคือการตรวจสอบและหาค่าการผสมโซดาไฟ และแอลกอฮอลล์  อันนี้ผมถือว่าเป็นสุดยอดการทำไบโอดีเซล

เราเริ่มใช้ชีวิตในห้องประชุมกันต่อหลังอาหารเย็นสุดอร่อยของรสมือแม่ครัวที่นี่ เวลาแห่งความสนุกของผมก็หมดลงตอน 4 ทุ่ม ก็แยกย้ายกันไปนอน

วันที่สาม พวกเราทุกคนถูกปลุดด้วยเสียงเพลงเหมือนกับทุกวันที่ผ่านมา เวลาตี 5 เราก็มารวมตัวกันที่ห้องประชุม เช้านี้อ.พัฒ เอาวีดีทัศน์มาให้เราดู แต่เนื่องด้วยเครื่องฉายโปรเจคเตอร์นั่นผ่านการทำงานมาเยอะทำให้ความน่าสนใจนั้นหายไปราว 80% อ.พัฒ ประกาศว่าใครมีเครื่องฉายเก่า ๆ ไม่ใช้ก็นำมาบริจาคได้ ในใจผมอยากถามอ.พัฒเหมือนกัน เอาเป็นเครื่องฉาย 18 มม.ได้ไหม ที่บ้านมีไม่ได้ใช้ ไม่ทราบว่าอ.พัฒสนใจไหมครับ อิอิอิอิ

เช้านี้ วิทยากรตัวอ้วน ๆ เหมือนโดราเอม่อนมีหนวด มีป้ายแขวนคอว่า สมชาย มาบรรยายและสาธิตการทำฮอร์โมนไข่ให้กับพวกเรา อ.สมชายผู้นี้ เลี้ยงไก่ไข่เยอะมาก และสูตรฮอร์โมนไข่นี้ ทำให้พืชผลต่าง ๆ ดกและใหญ่กว่าปกติ สูตรการทำคล้าย ๆ กับอาหารบำรุงรางกายของคนนี่แหล่ะ ส่วนสูตรการทำใครอยากรู้ไปอบรมเอานะ เพราะผมสัญญากับครูสมชายไว้ว่าจะไม่บอกใคร ใครอยากรู้ให้ไปอบรมเอาเอง

ช่วงบ่าย เราฟังอ.ยักษ์บรรยายเรื่องความพอเพียง เนื้อหา ต่างจากที่ได้ฟังจากรายการโทรทัศน์หรือหนังสือเล่มไหน ๆ หลังการบรรยายเราไปที่ฐานที่สอนการทำปุ๋ยน้ำ เรียนรู้การเอาสมุนไพรมาทำปุ๋ยน้ำ จากนั้นก็ไป 5 ไร่ที่ผู้ใหญ่สมศักดิ์อยากเป็นหนี้และจะปลดหนี้ด้วยเกษตรพอเพียงให้คนได้เห็น ผู้ใหญ่สมศักดิ์สอนเรื่องการทำปุ๋ยแห้ง (เสร็จกู กลับไปจะเอาไปทำมั่ง อิอิอิ)

รวม 5 โมงครึ่ง ก็คงเหมือนกันทุกวัน ที่เราต้องเคารพธงชาติ และกล่าวคำปฎิญาณตนต่อหน้าเสาธงทุกวัน ในเวลา 8 โมงเช้า และ 6 โมงเย็น บรรยากาศแบบนี้ ไม่รู้กี่ปีแล้วเนีอะที่เราไม่สัมผัสมัน หากแต่เป็นในวัยเยาว์ ผมก็คงเบื่อหน่ายเสมอ แต่ทำไมในยามนี้ ผมรู้สึกถึงความสุขยามที่ได้ทำแบบนี้

วันที่ 4 วันนี้เหมือนวันรวมมิตร อ.ทัศน์มาสอนวิธีทำไบโอแก๊ส จากถัง 200 ลิตร มีวิทยากร (ขอโทษจริง ๆ ผมจำชื่อท่านไม่ได้) มาบรรยายเรื่องเกษตรพอเพียง ให้พวกเราฟัง ช่วงเย็นก็ทำน้ำยาต่าง ๆ เป็นแชมพูจากมะกรูด ใจผมในวันนี้อยากจะเจาะลึกเรื่องการเผาถ่านให้มันสุด ๆ เลย จึงปลีกตัวไปอยู่ฐานตานี กับเพื่อนร่วมรุ่นราว 9 คน  

หลังกิจกรรมยามค่ำ เมื่ออ.พัฒ สั่งเลิกตอน 4 ทุ่มเหมือนเช่นทุกวัน ผมกับเพื่อนจึงไปร่วมกันที่ฐานตานีอีกครั้ง เวลาผ่านไปเท่าไหร่ผมไม่ทราบ จนได้กลับมานอน

วันนี้วันสุดท้ายของการอบรม เช้านี้อ.นันท์ มาสอนเรื่องการทำโซล่าเซลและการน้ำมันจากดอกทานตะวัน  เด็ดดวงอีกแล้วพี่น้อง ชอบ ๆ  จากนั้น เราก็นำฟางไปห่มดินในที่ 5 ไร่ของผู้ใหญ่สมศักดิ์ แล้วก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน

แต่ผมและเพื่อน ๆ ก็ไปที่ฐานตานีกันต่อ เพื่อไปจบกระบวนการเผาถ่าน

การอบรมครั้งนี้ผมได้เห็นการรวมมือรวมใจกันของเพื่อนร่วมรุ่น ไม่ว่าจะเป็นชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ จากจ.สระแก้ว เพื่อนที่ทำงานใหญ่โตในอุตสาหรรมมาบตาพุด จากกรุงเทพฯ มาช่วยกันรื้อบ้านขนาดเสา 9 ต้นของผู้ใหญ่สมศักดิ์ การร่วมแรงกันในครั้งทำให้บ้านหลังนี้หายไปในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ขนาดชาวบ้านที่ผ่านไปมายังทักกันว่า บ้านผู้ใหญ่โดนลมพังหรือ เท่านั้นยังไม่พอ พี่น้องพ้องเพื่อนร่วมรุ่นจากสระแก้ว ก็เนรมิตบ้านหลังใหม่ให้กับผู้ใหญ่สมศักดิ์ ด้วยเวลาเพียง 3 วัน

ทั้งหมดทั้งมวลนี้มาจากการให้ของผู้ใหญ่สมศักดิ์ ให้ปุ๋ย ให้ทุเรียน มังคุดทุกมื้อหลังอาหาร ให้อย่างไม่ห่วงว่าจะหมด ให้อย่างที่ไม่คิดว่าจะได้อะไรกลับมา สมกับคำว่า "ยิ่งให้ไป ยิ่งได้มา" "our loss is our gain" จริง ๆ

สิ่งที่ผมได้จากที่นี้นอกเหนือสิ่งที่ผมรู้อยู่แล้ว คือ การเผาถ่าน แล้วเผาอย่างไรให้เป็นคาร์บอน การทำปุ๋ยแห้ง การทำไตเตรท การทำแผงโซล่าเซล การทำน้ำมันทานตะวันอย่างง่าย

สิ่งเหล่านี้ บางอย่างอาจจะหาได้ในอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น web ต่าง ๆ หรือไม่ว่าจะเป็น youtube แต่สิ่งที่อินเตอร์เน็ตไม่มีคือทริก ต่าง ๆ ที่เราจะได้กับผู้ฝึกสอนเท่านั้น

ก่อนเดินทางกลับผมก็ได้เงินค่ารถกลับบ้านด้วย เปนเงิน 500 บาท เอ้า เอาเข้าไป นี่แหล่ะ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาตสองสลึง และผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์

 

ขอขอบคุณวิทยากรทุกท่าน

 
รูปภาพของ rain1804

อยากกลับไปในเร็ววัน

 

พึ่งไปมาครับรุ่น 4 รุ่น สุดท้ายของปี 2555 ยังมีปัญหาอีกหลายข้อ คิดถึงอาจารย์ที่สอนทุกคน อาจารย์สมชาย อาจารย์วัตร อาจารย์...  อีกมากมาย แต่ผมต้องทำน้ำหมักก่อนครับ แล้วพรุ่งนี้ต้องไปเฝ้าย่าที่น้ำท่วมปอดที่แม่กลอง กว่าจะได้กลับก็วันอาทิตย์ แต่สัญญาครับว่า 12 สิงหาคมนี้ ต้องเจอผมแน่นอน  และผมจะแวะไปดูข้าวที่ผมลงไปดำ ด้วย  แต่วันนี้ใครให้เบอร์ผม เรื่องโซล่าเซลล์ ของอาจารย์นันท์ กันน้าาาา เล่นซะผมงงเลย

สรุปผมจะกลับไปเอาที่ละเรื่องครับ ต้องไปพึ่งใบบุญลุงผู้ใหญ่อีกแล้ว  เพราะนอกจากจะไปขอความรู้แล้ว ผมยังต้องขอที่ซุกหัวนอนด้วยครับ  

 

         จนใจกับคนที่จนใจ ที่ไหนจะเหมือนกับที่นี่ มีแต่คนไม่ค่อยสมประดี ทำเกษตรอินทรีย์ทุกวี่วัน บางคนว่าพวกเราทำตัวแปลกๆ ไม่จำแนกปลูกแทรกแล้วสุขสันต์ มีคนถามทำอย่างนี้ตามใครทัน ฉันตอบพลันแล้วเธอนั้นจะตามใคร

 

น้อมใจคาราวะ ทั้งผู้ให้ ทั้งผู้รับ

          ปอ

 
รูปภาพของ จรูญ วรรณสวัสดิ์

น่ากินจัง

 

น่ากินทั้งนั้นเลยคะคุณเตอร์กแล้วจะหาเวลาว่างไปทานนะคะ

 

เมื่อไหร่จะมาค่ะ

 

หวััดดีค่ะ     ครอบครัวเนื้อตุ๋น

     เห็นอาหารแล้ว....อยากกินขึ้นมาทันที   เมื่อไหร่จะได้กินหนอ.........

    ไม่เชื่อหรอกว่าอร่อยที่สุดในโลก

     จนกว่าจะได้กิน.....อิ อิ จะรอกินที่สองสลึงน่ะ .....ทุกคนที่สองสลึงจะได้รู้ว่าอร่อยจิงป่าว

     แต่ยอมรับน่ะว่าคนเยอะและขายดีเพราะเห็นมาแว้ว  เชื่อถือได้  พันเปอร์เซ็นต์

                     ขอให้มีความสุขกับการขายน่ะค่ะ    

 
รูปภาพของ modX

รู้ได้งัย เนี่ย

 

เล่นเอากับข้าวผมไม่อร่อยไปเลย พี่เอาบรรยากาศ วุ่นๆในร้านมาลงให้ดูบ้างนะครับ แต่หากว่ากันยาวๆ แบบนี้ อย่้าลืมเขียน Blog นะครับเพราะว่าจะขึ้นโชว์ที่หน้าแรกของเว็บได้น่ะครับ เีดี๋ยวพรุ่งนี้มีอบรมที่ศูนย์ฯ  จะให้น้ามืดห่ออาหารมื้อนี้ไปด้วยครับ สงสัยจะได้เพิ่มเมนูในเว็บว่า ผู้ใหญ่พาชิม ก็คราวนี้แหละ

 

อิอิอิ

 

ก็ผมยังเข้าบล็อกของน้ามือไม่เป็นนี่น่า แต่ตอนนี้เป็นแระ แล้วเจอกันต่อในบล็อกก็แล้วกันนะครับ

พี่ครอบครัวเนื้อตุ๋นครับ ผมอยู่เสาไห้ ทางที่วิ่งไปท่าเรือ จากเสาไห้ ถึงบ้านผมราว 5 กิโลเมตร ปากทางเข้าชื้อซอยวัดมะกรูดครับ ถ้าพี่จะมาจริงเด๋วผมจะให้เบอร์ไว้ แต่ถ้ามาวัดมะกรูดถูก ถามชาวบ้านว่าบ้านเรืออยู่ที่ไหน เค้าก็บอกถูกครับ แต่ต้องโทรมาก่อนนะครับ เพราะอาจจะไม่อยู่

ปล. ผมชอบกินเนื้อมาก ร้านพี่ครอบครัวเนื้อตุ๋นอยู่ที่ไหนครับ กรุณาวานบอก จะดอดไปถึงร้านเลยครับ

 

 

เนื้ิอตุ๋นอร่อยที่สุดในโลก

 

ร้านเราอยู่ย่านทาวน์อินทาวน์  เข้าทางลาดพร้าว 94 ประมาณ 2 กม.(จากปาก-ซอย) ก่อนถึงร.ร. บดินทร์เดชาฯ 200 ม. มีป้ายชื้อร้าน เตอร์กเนื้อตุ๋น

เห็นชัดเจน ร้านเปิด 8 โมงปิดบ่าย 2 โมง ขายวันเสาร์-พุธ หยุดพฤหัส-ศุกร์(ไปเป็นเกษตรกร)  ทุกวันที่เปิดขายมีน้ำลำไย โอเลี้ยง ชำดำเย็น (ชงเอง) น้ำตะไคร้ใบเตย กระเจี้ยบ ดอกอัญชัญ (ปลูกเองด้วยนะ) อย่าตกใจ เพราะทุกอย่างที่บอกฟรี ไม่หมดเพียงเท่านี้ทุกวันจันทร์เราแจกไอศครีมหรือขนมหวาน ฟรี ยังไม่พอบางที่วันเสาร์เราก็แจกผักปลอดสารพิษ 100 % ฟรี 

จุ๊ จุ๊ อย่าบอกใครนะครับเพราะร้านผมรับได้แค่รอบละ  50 คน กรุณาโทรจองล่วงหน้า 089-9959185 ก่อนเที่ยง

 
รูปภาพของ modX

ร้านก๋วยเตี๋ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง

 

ครอบครัวเนื้อตุ๋น ได้นิสัยลดแลกแจกแถม หรือที่เค้าเรียกกันว่า "ยิ่งให้ไป ยิ่งได้มา" มาจากไหนเนี่ย แล้วผลของการให้เป็นงัยบ้างพี่ เล่นออกตัวว่ารับได้รอบละ ๕๐ ที่แบบนี้สงสัยคิวจะยาวเหยียดแน่ๆ ขอรูปก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ มาให้ดูหน่อยนะครับ อยากกิน เอ๊ย! อยากเห็นน่ะ พอเพียงอย่างนี้ อีกหน่อยลูกค้าแน่นร้านแน่ ใครว่าพ่อค้าแม่ขายจะยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้เห็นอย่างนี้ เดี๋ยวช่วยเถียงใจขาด

 

ถึง modX

 

ตอนนี้กำลังกินข้าวเปล่ากับหน้าจอคอมฯ อยู่ใช้ไหม

 

ระวัง!!! น้ำลายจะไหล

 

เกี๊ยวทอดไส้ไก่ (ใครมาต้องสั่งเป็นอย่างแรก)

 

ข้าวเนื้อแดง (แสนอร่้้อยไม่ใส่สี)

 

เกาเหลาชิ้น ตุ๋น (สูตรเด็ดของร้าน)

 

ข้าวอบไก่พริกไทยดำ (สำหรับคนไม่กินเนื้อ)

 

บะหมี่ไก่พริกไทยดำ (สำหรับคนไม่กินข้าว)

 

บะหมี่สาหร่าย (เมนุสุดฮิบ)

 

ตบท้ายด้วยลูกชิ้นปิ้ง (น้ำจิ้มสูตรเด็ด )

 

 

หมายเหตุ ฝากน้ามืดช่วยเสริฟอาหารให้อาจารย์ทุกท่านที่ศูนย์สองสลึงด้วย

 

           ขอบคุณมาก

           ครอบครัวเนื้อตุ๋น

 
รูปภาพของ น้ามืด

ไม่ได้บ้า แค่เพี้ยนๆเอง

 

ผมเล่าเรื่องของครอบครัวเนื้อตุ๋นให้กับพี่ที่อยู่อุทัยธานีฟัง เค้าบอกว่าต้องรีบเข้ามาดูซะแล้ว แต่เห็นว่าจะเอาต้นไม้แบบที่ใครเห็นแล้วต้องอยากได้มาร่วมโชว์ด้วย แต่ไม่รู้เมื่อไรเพราะอีกไม่นานฝนจะจางแล้วพี่แกเลยต้องเร่งทุกอย่าง ข้าวก็เห็นว่าโดนเพลี๊ยกระโดดเข้าไปเต็มๆ เท่าที่ได้พูดคุยพี่แกเริ่มมีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบพอเพียงเรียบง่ายเหมือนกันครับ แต่ที่แน่ๆ เจ้าของไก่ชนหากผ่านเข้ามาระวังให้ดีว่าอาจมีการแอบไปอุ้มถึงที่

 

เพื่อนร่วมบ้า

 
ใครๆก็ว่าผมบ้า ขายก๋วยเตี๋ยว5วันดีๆไม่ชอบ กลับใช้อีก2วันที่น่าจะนอนพักผ่อน อยู่บนเตียงเปิดแอร์เย็นฉ่ำทั้งวัน แต่ครอบครัวเนื้อตุ๋นสามารถมีความสุขกับสิ่งที่เพื่อนและญาติพี่น้องว่าเราบ้า ว่าแล้วเราก็อยากขนผักปลอดสารพิษ100% ที่ปลูกด้วยหัวใจทั้งดวง และ ชีวิตที่อุทิศให้กับเกษตรอินทรีย์ยั่งยืน ไปแบ่งกันให้สุขภาพดี พี่ธุลีดินช่วยบอกทางไปส่งผักที จะได้รู้จักกัน
 
รูปภาพของ น้ามืด

อมยิ้ม

 

 เป็นเรื่องยาวๆอย่่างงี้ อ่านแล้วรู้สึกว่าเป็นการวิจารณ์ในระยะกะชั้นชิดยังงัยไม่รู้ ถึงอย่างไรก็ขอบคุณครับสำหรับเรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมา ใครสนใจเรื่องไหนอย่างไร ติดต่อไปที่ลุงผู้ใหญ่สมศักดิ์  เครือวัลย์ ของพวกเรา เบอร์โทรหาเอาในเว็บนี่แหล่ะ ออกแรงกันหน่อยเด้อ

 พี่ธุรีดินครับ หากมีเวลากลับมาเล่าความรู้สึกหลังการฝึกอบรม แล้วเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรให้ฟังบ้างนะครับ สำหรับผู้สนใจทั่วไปที่ไม่ได้เป็นผู้ผ่านการอบรมก็สามารถเพิ่มเติมประสบการณ์ด้านต่างๆ ได้นะครับ แต่พี่ธุรีดินครับ ว่ากันยาวๆ แบบนี้ให้ดีเขียน Blog ก็ได้นะครับ อยากอ่านตอนต่อไปนะครับ

   นับถือ

   น้ามืด